top of page
ค้นหา

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยในการเลือกซื้อและการใช้งานรองเท้าเซฟตี้

รูปภาพนักเขียน: Nordways Thailand
Nordways Thailand
28 ส.ค.
ยาว 2 นาที

อัปเดตเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา

ความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยที่สุดในการเลือกซื้อและการใช้งานรองเท้าเซฟตี้ คือการคิดว่า "รองเท้ากันไฟฟ้าสถิต (Anti-Static) สามารถใส่กันไฟฟ้าดูดได้" หรือคิดว่า "ซื้อรองเท้าเซฟตี้มาแล้วใช้งานได้ยาวนานโดยไม่ต้องดูแลรักษาทางไฟฟ้า" ในความเป็นจริง การใส่รองเท้าผิดประเภทไปทำงานกับไฟแรงสูง หรือปล่อยให้รองเท้า ESD/EH สเปกดีๆ เปื้อนคราบโคลนเปียกชื้น อาจส่งผลอันตรายได้!


1. แต่ละแบบต่างกันอย่างไร


ตารางสรุปเปรียบเทียบช่วงค่าความต้านทานไฟฟ้า (Electrical Resistance), มาตรฐานอ้างอิงสากล และความเหมาะสมในการใช้งาน:

ประเภทรองเท้า

ค่าความต้านทานไฟฟ้า (Resistance)

มาตรฐานอ้างอิง

จุดประสงค์หลักและความคุ้มครอง

เหมาะสำหรับงาน

 

ESD (Electrostatic Discharge)

105 - 3.5 × 107 Ω

(0.1 - 35 MΩ)

IEC 61340-5-1

EN ISO 20345

ปกป้อง ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ จากไฟฟ้าสถิต สลายไฟสถิตอย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอ

ห้อง Cleanroom, โรงงานผลิตชิ้นส่วน Microchip / Semiconductor

Anti-Static (กันไฟฟ้าสถิตทั่วไป)

105 - 109 Ω

(0.1 - 1000 MΩ)

EN ISO 20345

(Code: A, S1-S5)

ป้องกัน ประกายไฟ จากการสะสมไฟฟ้าสถิตในร่างกายมนุษย์

โรงงานปิโตรเคมี, ปั๊มน้ำมัน, โรงงานแป้ง/ไซโล

Electrical Hazard / Dielectric (ฉนวนกันไฟฟ้า)

> 109 Ω

(ทดสอบแรงดันไฟ 18 kV)

ASTM F2413 (Code: EH)

EN 50321

ทำหน้าที่เป็น ฉนวนกันไฟฟ้า ป้องกันกระแสไฟจากพื้น/ตู้ไฟไหลผ่านตัวผู้สวมใส่ลงดิน (กันไฟดูดคน)

ช่างไฟฟ้า, งานตู้คอนโทรล, งานสายส่งแรงสูง


ข้อควรระวังถึงชีวิต! (Critical Safety Warning):

ห้ามนำรองเท้า Anti-Static หรือ ESD ไปใช้ในงานที่เสี่ยงต่อไฟฟ้าดูด (เช่น งานสายไฟเปลือย หรือ งานตู้คอนโทรลแรงสูง) เนื่องจากรองเท้าทั้งสองประเภทนี้ยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านลงดินได้ หากสัมผัสไฟแรงสูง กระแสไฟจะวิ่งผ่านร่างกายลงสู่พื้นจนเกิดอันตรายถึงชีวิต ต้องใช้รองเท้ามาตรฐาน EH (Electrical Hazard) เท่านั้น!


รองเท้าเซฟตี้ NRUN ESD

2. เจาะลึกหลักการทำงาน ค่ามาตรฐาน และข้อควรระวัง


2.1 Anti-Static (รองเท้ากันไฟฟ้าสถิตทั่วไป)

  • หลักการทำงาน: ค่อยๆ ระบายไฟฟ้าสถิตที่สะสมอยู่ในร่างกายมนุษย์ให้ไหลลงสู่พื้นดินอย่างปลอดภัย เพื่อป้องกันการเกิดประกายไฟ (Spark) ที่อาจจุดติดก๊าซหรือไอระเหยไวไฟ

  • ข้อเด่น: ป้องกันการระเบิดในพื้นที่เสี่ยง (ATEX Zones)

  • ข้อควรระวัง: ไม่สามารถกันไฟฟ้าดูดได้ หากสัมผัสสายไฟเปลือย กระแสไฟยังคงวิ่งผ่านตัวลงดินได้


2.2 ESD (Electrostatic Discharge)

  • หลักการทำงาน: เป็นเกรดเฉพาะทางที่เข้มงวดกว่า Anti-Static ทั่วไป โดยมีช่วงค่าความต้านทานที่แคบกว่ามาก เพื่อป้องกันไม่ให้แรงดันไฟฟ้าสถิตจากตัวคนไปทำลายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไวต่อไฟสถิต

  • ข้อเด่น: ถ่ายเทไฟสถิตได้เสถียร รวดเร็ว ปลอดภัยต่อชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มูลค่าสูง

  • ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย: รองเท้า ESD ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อกันไฟฟ้าดูดคน แต่มีไว้เพื่อ "กันคนไปทำไฟดูดบอร์ดอิเล็กทรอนิกส์"


2.3 Electrical Hazard / Dielectric (ฉนวนกันไฟฟ้า EH)

  • หลักการทำงาน: ทำหน้าที่เป็น "ฉนวนขัดขวาง" กระแสไฟฟ้า ไม่ให้ไหลผ่านจากร่างกายผู้สวมใส่ลงสู่พื้นดิน (ตัดวงจรไฟฟ้า)

  • ข้อเด่น: ป้องกันชีวิตช่างไฟฟ้าจากการถูกไฟฟ้าดูดเนื่องจาก Step Potential หรือ Touch Potential

  • ข้อควรระวัง: หากพื้นรองเท้าสึกหรอ มีความชื้น เปียกน้ำ หรือมีเศษโลหะทิ่มแทรก คุณสมบัติความเป็นฉนวนจะลดลงอย่างมาก


3. คู่มือการดูแลรักษารองเท้าเซฟตี้แยกตามประเภท (Maintenance Protocols)


3.1 การดูแลรักษารองเท้า Anti-Static & ESD

  1. ทำความสะอาดพื้นรองเท้า (Outsole) สม่ำเสมอ: คราบโคลน ฝุ่นละออง หรือเศษผงโลหะที่เกาะตามดอกยาง จะทำหน้าที่เป็นชั้นฉนวนกั้นไม่ให้ไฟฟ้าสถิตถ่ายเทลงพื้นได้ ให้ใช้แปรงขนนุ่มขัดทำความสะอาดพื้นด้วยน้ำสบู่อ่อนๆ แล้วเช็ดให้แห้ง

  2. ห้ามใช้น้ำยาขัดเงา/แว็กซ์ชนิดอุดรูพรุน: สารขัดเงาบางชนิดจะสร้างชั้นฟิล์มฉนวนปิดรูพรุนของหนังและพื้นรองเท้า ส่งผลให้ความสามารถในการนำไฟฟ้าสถิตลดลง

  3. ห้ามเปลี่ยนแผ่นรองด้านใน (Insole) เป็นรุ่นทั่วไป: แผ่นรองตามท้องตลาดส่วนใหญ่เป็นโฟมหรือ EVA ที่เป็นฉนวน การเปลี่ยนแผ่นรองจะตัดวงจรนำไฟฟ้าสถิตจากร่างกายไปยังพื้นรองเท้า ต้องใช้แผ่นรอง ESD Insole แท้จากผู้ผลิตเท่านั้น

  4. ข้อปฏิบัติตัวของผู้สวมใส่: ควรใส่ถุงเท้าผ้าฝ้าย (Cotton) หรือถุงเท้าที่มีเส้นใยนำไฟฟ้า หลีกเลี่ยงถุงเท้าสังเคราะห์หนาเตอะเพราะจะเพิ่มค่าความต้านทานไฟฟ้า


3.2 การดูแลรักษารองเท้าฉนวนกันไฟฟ้า (EH)

  1. ตรวจเช็กความสมบูรณ์ของพื้นยางก่อนใช้งานทุกครั้ง: สังเกตรอยร้าว รอยเฉือน หรือเศษโลหะ/ตะปูที่ทิ่มแทรกอยู่ตามดอกยาง หากพบวัตถุโลหะฝังอยู่ คุณสมบัติความเป็นฉนวนจะสูญเสียทันที

  2. รักษาความแห้งและสะอาดอยู่เสมอ: ความชื้น น้ำ และคราบโคลนเปียกที่เกาะพื้นรองเท้า สามารถนำกระแสไฟฟ้าได้ ทำให้ความเป็นฉนวนลดลงอย่างมาก ต้องเช็ดรองเท้าให้แห้งสนิทก่อนนำไปใช้งาน

  3. ห้ามดัดแปลงซ่อมแซมด้วยโลหะ: ห้ามนำลวด ด้ายโลหะ หรือตะปูมาเย็บหรือซ่อมแซมส่วนประกอบรองเท้าโดยเด็ดขาด

  4. หลีกเลี่ยงสารเคมีกัดกร่อนยาง: น้ำมันเครื่อง ตัวทำละลาย (Solvent) หรือกรดเข้มข้น อาจทำให้พื้นยาง PU/Rubber บวม ย้วย หรือเสื่อมสภาพทางไฟฟ้า


4. ขั้นตอนการตรวจสอบและวัดค่าประจำวัน (Daily Electrical Testing Protocol)


สำหรับโรงงานหรือสถานปฏิบัติงานที่เคร่งครัด ควรมีจุดตรวจวัดค่าความต้านทานก่อนเข้าพื้นที่ปฏิบัติงาน (ESD/Safety Checkpoint):

  1. สวมใส่และเตรียมตัว: สวมใส่รองเท้าทั้งสองข้าง ปรับสายรัด/เชือกรองเท้าให้แน่นหนา ก้าวขึ้นยืนบนแผ่นทดสอบโลหะ (Footplate)

  2. กดทดสอบ: แตะปุ่มทดสอบบนเครื่อง ESD Tester ด้วยมือเปล่า

  3. ตรวจสอบผลการทดสอบ (Pass/Fail):

  4. ผ่าน (PASS): ค่าความต้านทานรวม (ร่างกาย + ถุงเท้า + รองเท้า) อยู่ในช่วง 7.5 × 105 Ω ถึง 3.5 × 107 Ω สำหรับ ESD

  5. ไม่ผ่าน (FAIL): ให้ตรวจสอบว่า (1) มีคราบฝุ่นเกาะใต้พื้นหรือไม่ (2) ถุงเท้าแห้งเกินไปหรือไม่ (3) ใส่แผ่นรอง Insole ผิดประเภทหรือไม่


5. เกณฑ์การปลดระวางรองเท้าเซฟตี้ (Retirement Criteria)


ควรปลดระวางและเปลี่ยนรองเท้าเซฟตี้คู่ใหม่ทันทีเมื่อพบสัญญาณเตือนต่อไปนี้:

  • ดอกยางพื้นรองเท้าสึกหรอจนถึงชั้น Midsole (ความหนาที่ลดลงส่งผลโดยตรงต่อการเป็นฉนวนและการนำไฟฟ้าสถิต)

  • มีเศษโลหะหรือสิ่งแปลกปลอมฝังแน่นในพื้นรองเท้า EH ที่ไม่สามารถถอดออกได้

  • ส่วน upper (หนังรองเท้า) ฉีกขาดจนเห็นส่วนประกอบภายใน ทำให้ความชื้นเข้าสู่ตัวรองเท้าได้ง่าย

  • ทดสอบค่าความต้านทานไฟฟ้าไม่ผ่านเกณฑ์ต่อเนื่องกัน แม้จะทำความสะอาดพื้นรองเท้าแล้วก็ตาม

  • รองเท้าผ่านการโดนกระแสไฟสปาร์กหรือโดนไฟฟ้าดูดอย่างรุนแรง (โครงสร้างฉนวนภายในอาจไหม้เสียหายระดับไมโคร)


6. สรุป


การเลือกและดูแลรองเท้าเซฟตี้ให้ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงด้านไฟฟ้า คุณควรเลือกใช้รองเท้าที่เหมาะสมกับประเภทงานของคุณ และปฏิบัติตามคำแนะนำในการดูแลรักษาอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีที่สุด


การใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อยนี้สามารถช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ และทำให้คุณทำงานได้อย่างมั่นใจมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้รองเท้าของคุณมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นอีกด้วย


คุณมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกซื้อรองเท้าเซฟตี้หรือไม่? อย่าลังเลที่จะสอบถามเรา!

 
 
 

ความคิดเห็น


โลโก้ Nordways

เวลาทำการ

9.00 - 17.30 น.

จันทร์ - ศุกร์ (ยกเว้นวันหยุด)

© NORDWAYS COPYRIGHT 2024

ไลน์ Nordways
  • Instagram
  • Facebook
bottom of page